Home ข้อคิดสอนใจ 6 สัญญาณที่คอยบอก ว่าคุณทำงานแบบนี้ 10 ปีก็ไม่รวย

6 สัญญาณที่คอยบอก ว่าคุณทำงานแบบนี้ 10 ปีก็ไม่รวย

6 second read
0
67

1. รู้สึกว่า อยู่ต่อไปยังไงก็ไม่โต

ถ้ารู้สึกว่า ตัวเองไม่มีโอกาสก้าวหน้า ในที่ทำงานเลย ก็ไม่แปลกที่จะนึกถึงเรื่องหางานใหม่ เพราะโอกาสในการก้าวหน้าคือ เป้าหมายสำคัญในการทำงานของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ซึ่งโอกาสในการก้าวหน้าที่หมายถึงอาจไม่ใช่แค่การเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นเพียงอย่างเดียวแต่มันอาจจะหมายถึงการได้รับโอกาสใหม่ ๆ

เช่น การได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจกต์ใหม่ ได้ทำสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน หรือได้เรียนรู้งานจากระดับหัวหน้างาน ยังไงก็ตาม ก่อนที่คุณจะรีบลาออกจากงานด้วยเหตุผลนี้ลองเข้าไปคุยเรื่องนี้ กับหัวหน้างานก่อนจะดีที่สุด

แต่ถ้าคุยแล้วยังดูไม่มีโอกาสล่ะก็ อย่ารอช้าที่จะลาออกมาหาที่ที่ให้โอกาสคุณก้าวหน้ามากกว่านี้

2. พูดคุยเรื่องงานในแง่ลบ ให้คนในครอบครัวฟัง

ช่วงเวลาสุขสันต์ อย่างเวลาทานข้าวกับครอบครัว จากที่เคยเป็นการพูดคุยเรื่องราวสนุกสนานในที่ทำงานของเรา วีรกรรมน่าสนุกของลูกที่โรงเรียน และวางแผนไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุดยาวที่จะมาถึง ถูกแทนที่ด้วยการถูกตำหนิและถูกต่อว่าจากที่ทำงานของเราเป็นหัวข้อหลักแทรก

ด้วยพฤติกรรมที่ไม่ดีของเพื่อนร่วมงานวันแล้ววันเล่า ที่คนในครอบครัวของเราได้รับฟัง แต่เรื่องงานในเชิงลบหากสถานการณ์นี้ ยังเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำและมีแนวโน้มว่าจะบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เราอาจต้องเริ่มพิจารณาถึงงานของเราอย่างจริงจังมากขึ้นแล้ว

3. เบื่อ และไม่อยากทำงาน

ภาพที่ทุกคนจำได้ว่า เราคือเบอร์หนึ่ง ในแผนกหายไปทุกวันนี้แค่จะเข็นให้งานเสร็จสักชิ้นในแต่ละสัปดาห์ยังยากเลย เพราะเราเริ่มเช็กโซเชียลทุก ๆ สิบนาทีการทำงานกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่คิดถึง หมดความกระตือรือร้นและเบื่อหน่ายอยู่ตลอดเวลางานที่ได้รับมอบหมายมาถูกปล่อยค้างเอาไว้

ซึ่งนอกจากกระทบต่องานของตัวเองแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังส่งผลให้เริ่มมี ป า ก เ สี ย ง กับเพื่อนร่วมงานเนื่องจากงานของเราช้าเกินกำหนด กระทบต่อระบบการทำงานในแผนกหนักกว่านั้น คือการทะเลาะกับหัวหน้าจนทำให้รู้สึกว่า เราไม่สามารถควบคุมอะไรในการทำงานได้เลย

4. คิดถึงภาพตอนเกษียณ

ถ้าอยู่ ๆ ก็จินตนาการ ภาพตัวเอง ปลดเกษียณหยุดทำงานและนอนพักผ่อนอยู่บ้าน บางคนถึงขั้นนับปี นับเดือน นับวันที่จะเกษียณจากงานที่ทำอยู่ตอนนี้เลยเพราะในแต่ละวันนั้น ไม่ได้มีแรงจูงใจให้อยากไปถึงที่ทำงานไม่ได้มี Passion ที่อยากจะสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าออกมา

ชีวิตการทำงานหมดไปกับงานที่ทำแบบส่งๆ เท่านั้นก็อาจจะถึงเวลาที่เราต้องเริ่มมองหาทางใหม่ ๆ ได้แล้วเพราะการนิ่งดูดายต่อเวลาที่ผ่านไปแบบนี้ ไม่สามารถช่วยให้ความหวังที่จะเกษียณเป็นจริงได้แน่นอน

5. เริ่มมองหางานใหม่

ถ้าเว็บ ที่เราเข้าเริ่มเปลี่ยน เป็นเว็บไซต์หางาน เริ่มพิมพ์คำว่า “หางาน”ลงไปใน Search Engine พร้อมเคาะปุ่มเอ็นเทอร์นั่นเท่ากับว่าเราผ่านจุดสุดท้าย ของความอดทน ในงานปัจจุบันไปแล้วและหากทุกวันมีแต่คำว่า“ฉันจะหางานใหม่!” แวบเข้ามาในความคิดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

อาจไม่เป็นการดีที่เราจะใช้ชีวิต ด้วยการทนทำงานที่ไม่สร้างความสุขแบบนี้ต่อไป ซึ่งนอกจากจะเป็นผลเสียต่อตัวเองแล้ว ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน รวมถึงบริษัทก็ต่างได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

6. ระบบ ชี วิ ต พั ง

จากที่เคย เป็นคนนอนหลับง่ายกลายเป็น คนนอนไม่หลับ ตื่นมากลางดึกบ่อย ๆเพราะต้องเก็บเอาความ เ ค รี ย ด จากเรื่องงานไปนอนฝัน นี่คือจุดเริ่มต้นของระบบชีวิตที่แปรปรวนหนำซ้ำบางคนจากที่เคย สุ ข ภ า พ แข็งแรงกลับมีอาการ ป่ ว ย บ่อยขึ้นซึ่งการ ป่ ว ย ทางกายนี่แหละที่เป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งได้เช่นกัน

ว่า สุ ข ภ า พ จิ ต ของเราอาจจะกำลัง แ ย่ ไปด้วยนอกจากนี้หากงานรบกวนความคิดจนทำให้ทุก ๆ เย็นต้องนัดเพื่อนออกไปสังสรรค์เพื่อให้หาย เ ค รี ย ด จนเริ่มมีสโลแกนติดปากในหมู่เพื่อนว่า“ดื่มเพื่อให้ลืมงาน” ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้วว่างานนี้อาจจะไม่เหมาะกับเราอีกต่อไป

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ถึงจะรู้สึกว่ามีหลายสัญญาณที่ตรงกับเรา แล้วก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ ลาออกจากงาน ทางที่ดีกว่าคือการเริ่มตรวจสอบตัวเองพิจารณาว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาอะไร

เราแก้ไขให้มันดีขึ้นได้ไหม เพราะหากปัญหาที่เกิดขึ้น ทนั้นมีสาเหตุจากตัวเราเองไม่ว่าจะเปลี่ยนงานอีกกี่แห่งปัญหานี้ก็ไม่หายไป ค่อย ๆ วางแผนและตัดสินใจอย่างรอบคอบ

เชื่อว่าทุกคนสามารถกลับมามีความสุข สร้างสมดุลทั้งชีวิต และการงานในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ j o b t h a i

Load More Related Articles
Load More By adminyinde
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

12 อย่าง อย่าคิดโพสต์ลงโซเชียล เพราะอาจทำให้ชีวิตคุณแย่ลง

ทุกวันนี้ เราจะเห็นหลายๆ คน แ ช ร์ เรื่องราวต่างๆลงบน F a c e b o o k ของตนเองเต็มไปหมดเพร…