Home ข้อคิดสอนใจ 4 วิธี”ออมเงิน” แม้จะอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี

4 วิธี”ออมเงิน” แม้จะอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี

7 second read
0
25

ทุกวันนี้ ไม่ว่าคุณจะไปทางไหนก็มักจะมีแต่คนบ่นว่า เศรษฐกิจไม่ดีให้เราได้ฟังเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคนรอบข้าง ในสื่อออนไลน์ หรือแม้แต่กับพ่อค้าแม่ค้า ที่เราซื้อของทุกวัน ก็เริ่มที่จะบ่นให้เราฟังถึงยอดขายที่ลดน้อยลงว่าเป็นเพราะแต่เศรษฐกิจที่ไม่ดีทำให้คนซื้อสินค้าน้อยลงหรือว่าทั้งหมดเป็นการคิดไปกันเองแน่ของผู้คนส่วนมาก?

แต่ปัญหาดังกล่าวนี้เราเองก็มักได้ยิน อยู่บ่อยครั้งอยู่แล้ว เพราะน้อยครั้งมากที่เราจะได้ยินใครบอกว่า เราว่าตอนนี้ เศรษฐกิจดีซึ่งเราแทบไม่เคยยินเลย บางครั้งมันไม่ใช่ปัญหาที่เราต้องการคำตอบว่าจริงหรือไม่แต่เราต้องการวิธีการมากกว่า ว่าเราจะรับมืออย่างไรดีต่างหาก

เพราะว่าทุกวันนี้ทุกสาขาอาชีพล้วนแต่มีความไม่แน่นอน ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น พนักงานบริษัทเอกชน พ่อค้าแม่ค้าหรือแม้แต่ข้าราชการ เราจึงไม่ควร ป ร ะ ม า ท ในทางการเงินเพราะนั้นคือหนทางสู่ความยากจน

และทุกวันนี้โลกเคลื่อนไหวไปเร็วมากเราจึงควรปรับตัวในทันโลกโดยเฉพาะในเรื่องของการออมแนวทาง 4 ข้อในการออม

หารายได้ ให้มากขึ้น

ข้อนี้เป็นสิ่งที่ยาก และต้องใช้เวลาเปรียบเทียบ คล้ายกับเงินเดือนของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ ที่ต้องอาศัยประสบการณ์เพื่อให้มีเงินเดือนเพิ่มมากขึ้น ในระยะเวลาอันสั้นนั้นคงทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะในกรณีรายได้ประจำสิ่งที่สำคัญและเป็นตัวแปรคือเวลา

แต่สิ่งที่จะสามารถทำได้เลยในขณะนี้นั้นคือการรักษาแหล่งรายได้ประจำนี้ไว้ เพื่อรอโอกาสที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง เช่น การเลื่อนตำแหน่ง การย้ายงาน ดังนั้น เราจึงควรตั้งใจทำงานประจำของเราให้ดีก่อนเพื่อเป็นการรักษาแหล่งรายได้หลักเอาไว้

แต่หากเรามีโอกาสในการมองหาลู่ทางในการเพิ่มรายได้ที่ไม่กระทบงานประจำ และสามารถทำได้ เราก็ควรคว้าไว้เพื่อให้เรามีรายได้เสริม และเป็นเงินออมอีกทาง เช่น การขายสินค้าออนไลน์ ,การเขียนบทความขายการทำงานล่วงเวลา OT,การขายของหลังเลิกงาน ก็ควรทำหากเมื่อเรามีโอกาส แต่ต้องไม่กระทบกับงานประจำของเรา

เก็บเงิน ให้มากขึ้น

การออมต้องเปลี่ยนแปลงได้ อย่างเหมาะสม เงินออมจะต้องเป็นเงินไม่ใช่เงิน ที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่เรานั้นควรกำหนดว่าจะออมต่อเดือนเท่าไรเพื่อให้เหมาะสมกับรายได้

เช่น ควรออมอย่างน้อย 15%-20% ของรายได้ และหลังจากนั้นเหลือเท่าไรจึงจะเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งหากค่าใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละเดือนเหลือจึงนำมาเก็บออมเพิ่ม

ใช้จ่าย ให้น้อยลง

ข้อนี้ถือเป็นข้อที่ยาก สำหรับการลงมือทำเพราะรายจ่ายทุกอย่าง เรามักมีเหตุผลมาลองรับเสมอทุกครั้ง ที่จ่ายว่านั้นคือรายจ่ายที่จำเป็น สิ่งที่ควรทำจึงควรเป็นการปรับพฤติกรรมของตัวเราเองในการใช้จ่ายบางครั้งการรักในความสะดวกสบายเล็กน้อยก็ทำให้เรามีรายจ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

เช่น การนั่งรถแท็กซี่เพราะขี้เกียจ ที่จะรอรถประจำทาง,การสั่งอาหารมาทานที่ห้องเพราะแดดร้อนไม่อยากเดินลงไปทานเอง,การเปิด – ปิด เครื่องปรับอากาศไว้ทั้งวันเพราะอากาศร้อน ฯลฯ นี้ก็เป็นรายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่เมื่อรวมกันแล้วก็ถือว่าเป็นรายจ่ายพอสมควร

การจดบันทึก ค่าใช้จ่ายต่างๆ

ทุกเดือนโดย อาจจะจดเป็นบันทึกง่ายๆ แบบรายรับ – รายจ่าย แต่ต้องแยกให้ชัดเจนว่าในแต่ละเดือนมีรายได้เท่าไรและมีรายจ่ายต่างๆ เท่าไร เพราะการจดบันทึกจะช่วยทำให้เรามองเห็นภาพชัดเจนในการใช้จ่ายของเราและทำให้เราสามารถแยกรายจ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็นออกจากกัน

ตรงนี้จะทำให้เราสามารถลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ที่สำคัญหากเราเกิดการกู้หนี้ยืมสิน ในระหว่างเดือนเราก็ควรจดในส่วนนี้ไว้ด้วย เพื่อในเห็นถึงหนี้สินแยกออกมาจากค่าใช้จ่ายในขั้นแรกของการออม เราควรมีเงิน

เพื่อสำรอง สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น การ เ จ็ บ ป่ ว ย การตกงาน หรือพวกรายจ่ายที่มาแบบกะทันหัน อย่างน้อยประมาณ 3-7 เดือน

ซึ่งเมื่อเรามีเงินก้อนนี้ แล้วเราจึงมาเริ่มหาแนวทางในการลงทุนเพื่อให้เงินในส่วนต่อไปที่นอกจากเงินที่ออมไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน มีการงอกเงยโดยหาแนวทางการลงทุนที่เหมาะสม กับเราไม่ว่าจะเป็น การฝากประจำ,หุ้นกู้,กองทุนรวม,หุ้น,การทำประกันชีวิต เป็นต้น

เพราะแต่ละคน ยอมรับความ เ สี่ ย ง ได้ไม่เท่ากันจึงควรหาแนวทางในการลงทุน ที่เหมาะสมกับตนเอง เพราะไม่ว่าในยุคที่ เศรษฐกิจดี หรือ เศรษฐกิจไม่ดี อย่างไรการวางตนอย่างไม่ประมาทย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุดครับ

ขอขอบคุณ m o n e y h u b

Load More Related Articles
Load More By adminyinde
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

12 อย่าง อย่าคิดโพสต์ลงโซเชียล เพราะอาจทำให้ชีวิตคุณแย่ลง

ทุกวันนี้ เราจะเห็นหลายๆ คน แ ช ร์ เรื่องราวต่างๆลงบน F a c e b o o k ของตนเองเต็มไปหมดเพร…