Home ข้อคิดสอนใจ 15 คำที่ไม่ควรพูดกับหัวหน้า อาจจะทำให้คุณดูแย่ลง

15 คำที่ไม่ควรพูดกับหัวหน้า อาจจะทำให้คุณดูแย่ลง

7 second read
0
83

มีหลากหลายสิ่ง ที่เราควรเรียนรู้ในการทำงาน ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงานหรือกับหัวหน้างาน หรือแม้กระทั่งบอสใหญ่ มารยาทและวินัย ในการทำงานสำคัญมากเพราะบอกได้ถึงความเป็นมืออาชีพ

และนั่นคืออีกจุดที่จะนำไปพิจารณาในการขึ้นเงินเดือน หลายสิ่งที่เราไม่ควรพูดกับเจ้านาย/หัวหน้างาน อย่าได้เผลอเชียวล่ะ บางทีคำพูดที่เราบอกตัวเองเสมอว่า “ก็เป็นคนพูดตรงๆ มีอะไรก็พูด” ไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไป

1. งานนี้ ไม่ใช่งานในความรับผิดชอบ

แม้ไม่ใช่งานในความรับผิดชอบ ของเราก็ตาม หากหัวหน้าสั่งงานเราก็ควรทำ เพราะสิ่งที่หัวหน้ามองอยู่นั้นอาจจะไม่ใช่เพียง แค่ให้เราทำงานนั้นๆให้เสร็จ แต่นั่นบอกไปได้ถึงการที่เราก้าวออกจากบทบาทงานของตัวเองได้และสามารถทำในสิ่งที่เราคาดไม่ถึงได้

รวมถึงการทำให้โปรเจ็คนั้น ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งมีเราเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ หากเราปฎิเสธเสียแล้ว นั่นหมายถึง เราไม่มีความยืดหยุ่นในการทำงานเอาเสียเลยแต่หากมีปัญหาไม่สามารถทำได้เนื่องจากงานล้นมืออยู่แล้ว ควรต้องคุยกับหัวหน้าด้วยเหตุผลดีๆ ไม่ใช่ใส่อารมณ์เมื่อได้รับมอบหมายงาน

2. งั้น ขอลาออกละกัน

ไม่ว่าเจอปัญหา หรือถูกตำหนิมาอย่างไร การพูดถึงเรื่องการลาออกเหมือนเป็นการ ข่ ม ขู่ ซึ่งมักไม่ได้ผล และไม่มีใครคิดว่าการที่คุณลาออกนั้นจะทำให้บริษัทล่มสลาย

หากคุณแสดงสภาวะจิตใจที่ต้องการประชดหรือ ข่ ม ขู่ ออกมา บริษัทเองก็คงไม่อยากเสี่ยงกับการที่คุณพูดอะไรไม่คิดแบบนี้ และนั่นคือการหนีปัญหาที่ชัดเจนที่สุด

3. ทำดีที่สุดแล้ว

ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ หากเรารู้สึกได้ถึงความผิดพลาดนั้นจริงๆไม่ว่าจะเกิดจากตัวเราเองหรือปัจจัยรอบข้าง สิ่งที่ต้องทำคือนำความผิดพลาดนั้นไปปรับปรุง

แต่หากเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้วไม่ควรตอบไปว่า “ทำดีที่สุดแล้ว” เพราะนั่นอาจหมายถึงคุณยังทำได้ไม่ดีพอที่จะทำให้งานลุล่วงและเป็นการปัดความรับผิดชอบทั้งหมด

จากคำพูดนั้นๆ สิ่งควรพูดคือ…ขอโอกาส และจะพยายามนำไปปรับปรุง ครั้งหน้าจะทำให้ดีกว่านี้

4. ไม่สามารถทำงาน ร่วมกับคนๆ นี้ได้

ไม่ว่าคุณจะ เ ค มี ไม่ตรงกันกับเพื่อนร่วมงานมากแค่ไหน หรือมีปัญหาส่วนตัวขัดแย้งกันอย่างมากมาย แต่การทำงานนั้นเมื่อได้รับมอบหมาย ควรพยายามที่จะทำงานร่วมกับใครก็ตาม

ที่หัวหน้าเห็นว่าจะทำให้งานสำเร็จหรือหากหัวหน้า รู้ปัญหานี้อยู่แล้วก็อาจจะเป็นไปได้ที่ต้องการให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับบุคคลนั้นได้ เพราะการทำงานนั้นไม่ควรมีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง

5. ตอนทำงานที่เก่า ทำงานกันแบบนี้

ระลึกไว้เสมอว่า งานแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน ตำแหน่งเดียวกัน แต่ลักษณะงานก็แตกต่างโดยเฉพาะวัฒนธรรมในองค์กรนั้นๆ

ควรเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นำสิ่งที่เรียนรู้มาแล้วนำมาปรับใช้กับงานที่ใหม่ให้ได้ อย่ายึดติดกับสิ่งเดิมๆที่ทำให้เราไม่ก้าวไปไหนสักที

6. ไม่ใช่ความผิดของเรา เป็นความผิดของ….

การโทษ คนอื่นไม่ได้ทำให้เราดูดีหรือไม่ผิด หากทำงานเป็นทีม อย่าโทษผู้อื่น เพราะนั่นหมายถึงคุณกำลังสร้าง ศั ต รู ขึ้นในที่ทำงาน

แม้จะไม่ใช่ความผิดของคุณจริงๆ คุณควรให้ผู้ที่ทำผิดพลาดมีโอกาสได้พูดถึงความผิดนั้นด้วยตนเอง อย่าร้อนตัวจนชี้นิ้วไปยังใครคนใดคนหนึ่ง

7. ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี

เมื่อรู้ว่า เกิดปัญหาขึ้นในการทำงาน ไม่ว่าโปรเจ็คใดๆ เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือจากหัวหน้า ควรคิดการแก้ปัญหาไปอย่างคร่าวๆ

และขอความเห็นมากกว่าการที่จะบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นแก้ไขไม่ได้เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร นั่นแสดงถึงวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

งานทุกงานย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นได้เสมอ อยู่ที่การจัดการและแก้ปัญหานั้นๆ

8. เวลาไม่พอ ที่จะทำงานนี้ให้เสร็จได้ทันเวลา

ทุกๆ คน ก็คงมีงานล้นมือเหมือนกันทั้งนั้น แต่หากเรามีงานเยอะและทำไม่ทันจริงๆควรพูดคุยหรือขอความช่วยเหลือก่อนจะถึงกำหนดการส่งงาน การขอความช่วยเหลือไม่ได้หมายถึงประสิทธิภาพในการทำงานของเราไม่ดีพอ

แต่หมายถึงเรารู้จักการแก้ปัญหา และมีเหตุผลเพียงพอในการขอความช่วยเหลือนั้น หัวหน้างานอาจจะให้คำแนะนำถึงระบบการทำงานเพื่อให้เสร็จทันเวลา หรืออาจจะได้รับคำแนะนำที่ทำให้เราจัดการปัญหาได้ดีพอ

9. ตอนนี้ ยุ่งมากเลย งานนี้ไม่เร่งใช่มั้ย

เมื่อรู้ว่า ตอนนี้กำลังยุ่ง งานล้นมือจริงๆ เราสามารถถามหัวหน้าได้ถึงความสำคัญของงานใหม่ ฉะนั้นควรปรับมาทำงานชิ้นใหม่ก่อนและหยุดงานที่กำลังทำอยู่ไว้ ชั่ ว คราว

วิธีนี้จะทำให้หัวหน้ารู้ว่าจริงๆแล้วงานล้นมือ แต่หากมีงานเร่งด่วนเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ ไม่ยึดติด และหากงานที่กำลังทำค้างเอาไว้นั้นล่าช้าก็เพราะเรามีเหตุผลที่ดีพอ

10. คุณไม่ได้บอกให้เราทำงานนั้น

เป็นไปได้ที่เจ้านายจะไม่ได้สั่งงานนั้นจริงๆ แต่สิ่งที่เราควรเลี่ยงคือโทษเจ้านายโดยตรง วิธีที่ดีที่สุดคือหาทางพูดคุยและหากยังไม่ถึงกำหนดงาน อาจจะต้องคุยกันว่าทำตอนนี้พอจะเป็นไปได้หรือไม่

แต่อย่าลืมที่จะพูดคุยเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมขึ้นในครั้งหน้า และหากเจ้านายไม่ได้สั่งงานเราจริงๆแล้วอย่ารับเอาความผิดชอบมาใส่ตน อาจจะเพียงขอโทษไปแต่อย่าโทษตัวเอง

11. เราทำงานได้มากกว่า…ควรได้เงินเดือนมากกว่าหรือขึ้นเงินเดือนมากกว่า

เรื่องเงินเดือน หรือขึ้นเงินเดือนเป็นพิจารณาของบริษัท เราสามารถขอขึ้นเงินเดือนได้ แต่ไม่ควรบอกว่าเราทำงานได้มากกว่าคนอื่นๆ เพราะการทำงานของแต่ละคนไม่เหมือนกันอาจจะรู้สึกเหมือนว่าเราทำงานได้เยอะ ทำงานได้ดี

แต่นั่นคือความรู้สึกของเราเอง และเราจะทำให้เพื่อนร่วมงานมองในแง่ลบ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเราเลย ทางที่ดีหากต้องการขอขึ้นเงินเดือนหรือใดๆ ควรพูดเฉพาะในส่วนของตัวเอง และไม่ได้หมายความว่าการขอนั้นจะได้เสมอไป

12. ฟังแล้วยากจัง/ ไม่น่าจะเป็นไปได้

เมื่อยังไม่ได้เริ่มลงมือทำ อย่าคิดว่าสิ่งใดยากเกินกว่าจะจัดการปัญหาได้ ความยากของงาน คือบทพิสูจน์ของความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของเรา

ยิ่งถ้าเราทำให้งานที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เชื่อว่าเจ้านายจะให้ความไว้วางใจในตัวเรามากขึ้น แต่หากเราพูดประโยคนี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มโปรเจค คุณอาจจะไม่ได้ทำโปรเจคนี้เลยก็เป็นได้

13. คงจะดีถ้าไม่ต้องตอบเมล์ตอนดึก

เรื่องจริงของยุคนี้คือ การที่เราทำงานผ่านมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานผ่านเมล์หรือแชทต่างๆ เป็นไปได้ที่เจ้านายคิดงานได้ตอนดึก และต้องการสั่งงานเอาไว้ก่อนที่จะลืม หรือมีการแก้ไขงานในตอนดึกหากเป็นบ่อยๆจนทำให้การพักผ่อนของเราสะดุด

การจะเข้าไปพูดคุยกับเจ้านาย นั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่น้ำเสียงในการพูดคุยนั้นควรเป็นไปอย่างราบเรียบ ไม่ใช่อารมณ์หงุดหงิดจากการนอนไม่เพียงพอถามในสิ่งที่ควรถามเช่น “ถ้าหากไม่ได้ดูเมล์ตอนดึกๆและไม่สามารถตอบกลับได้ควรทำอย่างไร”

หรือ ถ้าหากจะขออนุญาตตอบเมล์ หรือแชทต่างๆในช่วงเวลา… ได้หรือไม่หากพูดคุยด้วยเหตุผลแล้วไม่ได้ผล นั่นก็อาจจะเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เข้ากับตัวเรา ลักษณะงานบางงานนั้นอาจจะต้องการการตอบรับอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอาจจะต้องสอบถามตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งานแล้วก็เป็นได้

14. เจ้านายแน่ใจแล้วหรือที่จะทำอย่างนั้น

อย่าได้…ล้ำเส้น เข้าไปสอนงานเจ้านายเด็ดขาด โดยเฉพาะพูดแล้วมีเสียงหัวเราะเบาๆด้วยแล้วยิ่งไม่ควรอย่างยิ่ง การตัดสินใจต่างๆที่เจ้านายได้ทำไปแล้วนั้นเรามีหน้าซัพพอร์ทงาน

และทำเพื่องานลุล่วงไปได้โดยดี หากงานมีปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่เป็นอย่างที่คิดก็เพียงแค่พูดคุยเพื่อขอคำแนะนำ

15. วันนี้เหนื่อยและหมดพลัง

ไม่ว่า เมื่อคืนคุณจะไป เ ม า หนักที่ไหนมา การพูดคือสิ่งที่บอกได้ว่าคุณไม่มืออาชีพ ไม่ว่าจะเหนื่อย ง่วงขนาดไหน เมื่อถึงเวลางานก็คือหน้าที่ของคุณที่จะทำให้ตัวเองมีพลังในการทำงานให้เต็มที่

หากทำไม่ได้ คุณมีปัญหากับระบบการจัดการในตัวเองซึ่งทำให้เป็นปัญหากับการทำงานแน่นอน หลายๆ คำพูดนั้นเมื่อใส่อารมณ์ในการพูดเข้าไปด้วย เชื่อว่าจะ เ ล ว ร้ า ย กว่านี้มาก

การปีนเกลียวหรือล้ำเส้นเจ้านาย ไม่ดีแน่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามบางอย่างที่สามารถเก็บคำพูดเอาไว้ได้ก็ควรทำ การทำงานนอกจากทำตามหน้าทีแล้ว ยังต้องสามารถต่อยอดงานได้

และต้องรู้จัดอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่ไม่ควรพูดอีกด้วย

ขอขอบคุณ p o o y i n g n a k a

Load More Related Articles
Load More By adminyinde
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

12 อย่าง อย่าคิดโพสต์ลงโซเชียล เพราะอาจทำให้ชีวิตคุณแย่ลง

ทุกวันนี้ เราจะเห็นหลายๆ คน แ ช ร์ เรื่องราวต่างๆลงบน F a c e b o o k ของตนเองเต็มไปหมดเพร…