Home ข้อคิดสอนใจ 10 กลยุทธ์ “สร้างภาวะผู้นำ” ให้ลูกน้องชื่นชมและทำตาม

10 กลยุทธ์ “สร้างภาวะผู้นำ” ให้ลูกน้องชื่นชมและทำตาม

10 second read
0
198

1.มีภาวะผู้นำ ใช้ใจก่อนอำนาจที่มี

คิดง่าย ๆ ครับ เราอยากได้สิ่งใดก็ควรให้สิ่งนั้นก่อนผู้อื่นเสมอ คนที่เป็นผู้นำที่ดีต้องรู้จักใช้อำนาจ ในทางที่ดีมากกว่าใช้อำนาจในทางที่ไม่ได้ ทำให้คนอื่นเสียหาย เสียหน้า เสียใจ เสียความรู้สึก จากสิ่งที่ผู้นำกระทำ ทว่า หากใช้ใจนำ เป็นกันเองต่อคนรอบข้าง

แต่ก็พร้อมจริงจังกับการทำงาน เมื่อถึงเวลาทำงานใครทำดีก็ชื่นชม ใครทำผิดก็ไม่นิ่งเฉยปล่อยวาง แต่รู้จักใช้คำพูดในเชิงบวก เปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นของลูกน้องนั่นล่ะครับ ผู้นำที่มีภาวะผู้นำ

2.มอบหมายงาน ด้วยคำพูดที่สุภาพ

การมอบหมายงาน นั้นมี 2 แบบ คือ ผ่านทางคำพูด และผ่านทางลายลักษณ์อักษร ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ควรทำไปด้วยกัน โดยเฉพาะคำพูดที่ผู้นำต้องรู้จักมีสติในการมอบหมายงาน

ใช้คำพูดในเชิงที่สร้างสรรค์ มีคำอธิบายที่ชัดเจน และรู้จักยิ้มแย้ม แจ่มใส ถึงแม้สิ่งที่เจอจะมีแต่ปัญหาให้ขบคิด แต่เมื่อมีสติ ทางสว่างย่อมรออยู่ข้างหน้าครับ

3.พร้อมให้เกียรติลูกน้องอยู่เสมอ

การเป็นผู้นำไม่จำเป็นต้องเล่นอยู่ข้างหน้า เสมอไป ทว่าควรผลักดันให้ลูกน้องมีโอกาสเติบโต ในการทำงานโดยผู้นำ ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง เป็นเบื้องหลังในการทำงานก็ย่อมได้

ซึ่งการเป็นเบื้องหลังจะทำให้เห็นการทำงาน ในภาพรวมมากกว่าเล่นอยู่ข้างหน้า ซึ่งหากมอบหมายให้ลูกน้อง ได้พัฒนาการทำงานอยู่บ่อย ๆ ผู้นำก็จะมีขุนพลไว้คอยทำงานต่าง ๆ ได้มากขึ้นครับ

4.ผิดรู้จักยอมรับ และขอโทษเป็น

การทำงาน ในแต่ละวัน ย่อมมีโอกาส ตัดสินใจผิดพลาด และหากความผิดพลาดนั้นเกิดจากผู้นำ ควรกล้ายอมรับและขอโทษคงไม่ใช่เรื่องแปลกครับดีกว่าฝืนดันทุรัง

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิด การขอโทษเป็นสิ่งที่อย่างน้อย ทำให้ลูกน้องเห็นว่า ถึงแม้จะเป็นผู้นำ ก็รู้จักพูดขอโทษเป็น และใช้บทเรียนแห่งความผิดพลาด นั้นเป็นเครื่องเตือนสติในการลงมือทำในครั้งต่อไปครับ

5.รู้จักใช้คนให้เหมาะสมกับงานที่ทำ

การเลือกใช้ลูกน้อง ให้เหมาะกับงานที่ทำ ถือว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ทำให้ลูกน้องมีความสุขกับงานที่ต้องทำในแต่ละวัน ซึ่งความสุขผมเชื่อ ว่ามีความสำคัญมาก ๆ ครับ

เพราะหากมีความสุขในสิ่งที่ทำ ผลลัพธ์ย่อมดีตามแน่นอน ทว่า หากไร้ซึ่งความสุขผลลัพธ์ย่อมออกมาตรงกันข้ามครับดังนั้น ผู้นำควรหมั่นสังเกต

ซึ่งที่ลูกน้องทำและวิเคราะห์งานให้ออก มอบหมายงานให้ถูกคนจริตของคน โดยใช้หลักการ DISC ซึ่งเป็นหลักการ อ่ า น ใจคนย่อมช่วยได้แน่นอนครับ

6.รู้จักสร้างบรรยากาศที่ดี ในการทำงานร่วมกัน

ความสุขเกิดขึ้นได้ ถ้ามีบรรยากาศที่ดี ในห้องทำงาน ซึ่งผู้นำควรหมั่นสร้างวัฒนธรรมในแผนก ให้เกิดความปรองดองรักใคร่กลมเกลียว ไม่มีการแบ่งพรรค แบ่งพวก ในที่ทำงาน โดยผู้นำก็ต้องรู้จักสื่อสารกับทุก ๆ คนอย่างท่าเทียง ไม่เลือกที่รักมักที่ชังโดยอาจสร้างกิจกรรมภายใน

เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศให้สนุกในการทำงานปราศจากอารมณ์เชิงลบในที่ทำงาน ย่อมทำให้เกิด สุขภ าพ จิตที่ดี เบิกบาน อยากมาทำงานในทุก ๆ วันหรือหากวันไหนงานติดพันไม่เสร็จ ก็สามารถอยู่ช่วยเหลือกันได้อย่างเสร็จสมบูรณ์

7.รู้จัก ก ร ะ ตุ้ น สร้างแรงบันดาลใจต่อลูกน้อง

การทำงานย่อมต้อง มีการประเมินติดตามผลของการทำงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ทว่า ผู้นำหลายๆ คน กลับไม่กล้าให้ F e e d b a c k ต่อลูกน้อง เพราะกลัวลูกน้องจะไม่รักไม่ชอบ โดยเฉพาะหากผลงานของลูกน้องท่านนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้นำต้องเปลี่ยนความคิดก่อน

โดยมองเรื่องของงานเป็นหลักใครทำดีชื่นชม สร้างความท้าทายในงานที่ทำ ส่วนใครทำงานผิดพลาดบ่อย ๆ ก็ต้องเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว และให้คำชี้แนะ สอนงานในสิ่งที่ยังผิดพลาด โดยมีความเชื่อว่า คนทุกคนถึงแม้จะเรียนรู้ไม่เท่ากัน

แต่ย่อมพัฒนาได้ ถ้าเปิดใจ ซึ่งผู้นำต้องใช้หลัก จิ ต วิ ท ย า ก ร ะ ตุ้ น เน้นย้ำ สร้างแรงบันดาลใจอยู่บ่อย ๆ ย่อมทำให้ลูกน้องที่ยังผิดพลาด รู้จักปรับเปลี่ยนตนเองจนทำให้การทำงานดีขึ้นแน่นอนครับ

8.ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย มีสัมมาคาราวะ เป็นกันเอง

การเป็นผู้นำ บางคนเป็นผู้นำจากประสบการณ์ ที่ทำงานมานาน บางคนเป็นผู้นำเพราะมีความเก่งในงาน ซึ่งการเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญของการเป็นผู้นำ นั่นคือ การให้เกียรติทุก ๆ คนที่ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นทีมตัวเอง และรวมถึงทีมอื่น ๆ ที่ต้องประสานงานกัน

ดังนั้น การมีสัมมาคาราวะต่อคนอื่นนับ เป็นสิ่งที่สำคัญและถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้ตามปฏิบัติตาม โดยเฉพาะการรู้จักทักทายผู้อื่น ผ่านการยกมือไหว้คนที่ อาวุโสกว่าการยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่บึ้งตึงต่อคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้การประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่นครับ

9.รู้จักให้เกียรติไปร่วมงานส่วนตัวของลูกน้องบ้าง

การเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินในการเลี้ยงดูลูกน้อง ในแต่ละวัน แต่ก็ควรมีน้ำใจต่อลูกน้อง หากเป็นงานส่วนตัวที่ลูกน้องเรียนเชิญให้เกียรติไปร่วมงาน เช่น การบวช งานแต่ง งาน ศ พ เป็นต้น

ซึ่งในฐานะผู้นำก็ควรให้ความสำคัญ เพื่อแสดงความมีน้ำใจต่อลูกน้อง เพราะการให้ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อให้ก่อน ย่อมมีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ อยู่เสมอครับ

10.พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

การสอนคนอื่น เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายครับ โดยเฉพาะการสอนคนอื่น โดยปราศจากการกระทำเพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูกน้องเห็นในทุก ๆ วัน ซึ่งคนที่เป็นผู้นำควรใช้หลักการสื่อสารที่ประกอบไปด้วย 3 ส่วนนั่นคือ

การกระทำ = 55 %

น้ำเสียง 38 %

คำพูด 7 %

ในการพัฒนาตนเอง ก่อนพัฒนาลูกน้อง เพราะหากเราสนใจที่ลูกน้องก่อน ลูกน้องย่อมขาดความเชื่อถือจากสิ่งที่เราทำ ทว่า หากเราทำให้เห็นเป็นตัวอย่างในทุก ๆ วัน ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัวย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของลูกน้องได้อย่างง่ายดาย เช่น หากอยากสอนให้ลูกน้องมาเช้า ตรงต่อเวลา

หรือมาก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาทีผู้นำก็ควรทำให้ลูกน้องเห็นจนชินตา แบบนี้การสอนย่อมเป็นเรื่องง่าย และไม่ต้องพูดเยอะ ใช้การกระทำเป็นสื่อในการสอน แต่จะใช้การกระทำอย่างเดียวก็คงไม่ได้นะครับควรต้องบอกผ่านคำพูด ด้วยน้ำเสียงที่ดี เป็นกันเอง

เพื่อเป็นการเน้นย้ำเตือนสติกันบ้าง เพราะคนส่วนใหญ่ต้องมีการ ก ร ะ ตุ้ น ในช่วงแรกจนเกิดการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น หน้าที่การ ก ร ะ ตุ้ น ก็คงไม่พ้นผู้นำ ที่ต้องแสดงให้ดูในทุกๆ วันครับ การเป็นผู้นำทีมีภาวะผู้นำ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหากเราเปิดใจ ใช้ใจก่อนอำนาจรับฟังเสียงของทุกๆ คน

และพร้อมเป็นตัวอย่างที่ดีในทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเพื่อเปลี่ยนแปลงแนวคิดให้เป็นบวกในการพัฒนาตนเองพัฒนาการทำงานและสร้างวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำแบบนี้ย่อมได้ใจลูกน้องให้เชื่อชอบและทำตามแน่นอนครับ

ขอขอบคุณ d r f i s h

Load More Related Articles
Load More By adminyinde
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

12 อย่าง อย่าคิดโพสต์ลงโซเชียล เพราะอาจทำให้ชีวิตคุณแย่ลง

ทุกวันนี้ เราจะเห็นหลายๆ คน แ ช ร์ เรื่องราวต่างๆลงบน F a c e b o o k ของตนเองเต็มไปหมดเพร…