Home ข้อคิดสอนใจ แม้จะมีเงินเดือนน้อย มีหนี้แต่ก็ออมเงินได้

แม้จะมีเงินเดือนน้อย มีหนี้แต่ก็ออมเงินได้

7 second read
0
224

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการทำเรื่องใดๆ ที่ดีกับชีวิตของเราโดยเฉพาะ เรื่องการเก็บออมเงินถ้ามีใจรักและคิดที่จะลงมือทำแล้วนั้น ไม่ว่าคุณจะเงินเดือนมากหรือเงินเดือนน้อยแค่ไหนก็เก็บเงินได้ทั้งนั้น ทุกอย่างต้องเริ่มที่ใจ หัดให้นิสัยมีวินัยแล้วลงมือทำน้อยมากไม่ใช่ประเด็น

การลงมือทำวันนี้เดี๋ยวนี้สิสำคัญ ขออย่าคิดติดลบตัดกำลังใจ ตัวเองว่าแหม!! เงินเดือนก็น้อย หนี้ก็เยอะ ทำงานทั้งเดือนแทบไม่พอใช้ถึงปลายเดือนแล้วจะเอาที่ไหนมาเก็บ เปลี่ยนความคิดเสียใหม่

อย่าปล่อยให้อุปสรรคเหล่านี้มาเป็นตัวขัดขวางความมั่งคั่งของคุณ ไม่ต้องกลัวว่าเงินเดือนน้อย หนี้เยอะเพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ มาดูวิธีการออมเงินที่ใครๆ ก็ทำได้แม้เงินเดือนน้อย หนี้เยอะกันดีกว่า

1.เริ่มเก็บเงินจากจุดเล็กๆ

ช่วงเริ่มต้นที่เงินเดือนไม่มากและ ยังมีหนี้สินล้นพ้นตัว อาจจะต้องเริ่มเก็บเงินจากสิ่งเล็กๆ ก่อนเช่น เงินเหรียญที่เหลือจากค่าใช้จ่าย ในแต่ละวัน หยอดใส่กระปุกออมสินเอาไว้ในทุกๆ วัน

หรือเก็บเศษของเงินเดือนในแต่ละเดือน เช่น เงินเดือน 15,650 บาทให้เก็บเอาไว้ 650 บาท เป็นต้น เป็นการเริ่มต้นออมเงินอย่างง่ายๆ ที่ไม่ทำให้คุณต้อง ลำบากมากนัก

2.ปรับตารางการเงินเสียใหม่

สำรวจรายรับรายจ่าย ในแต่ละเดือนเพื่อให้รู้สถานะ ทางการเงินที่แท้จริงจะได้วางแผนใช้เงินและออมเงินได้เหมาะกับตัวเอง เพราะมีหลายคนที่ออมเงินไม่ตรงกับสไตล์การใช้ชีวิต ทำให้เสียเงินไปกับเรื่องไม่จำเป็นและเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเช่น บอกว่าให้ออมเงิน 10% ของเงินเดือน

ซึ่งถ้าหากคุณมีเงินเดือนประมาณ 1.5 หมื่นบาทแต่มีหนี้เกินกว่า 40% ของเงินเดือน คือ 6,000 บาท เท่ากับเหลือเงินใช้ 9,000 บาทซึ่งที่เหลือนี้คุณต้องจ่ายให้กับค่าใช้จ่าย ประจำในแต่ละเดือน อย่างค่าบ้าน 3,000 บาทค่าโทรศัพท์ 600 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 800 บาท

ส่งเงินให้ครอบครัว 2,000 บาท รวมๆแล้วคุณเหลือเงินใช้ทั้งเดือนเพียง 2,600 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อต้องหักเงินออม 10%ของเงินเดือนก่อน ที่จะใช้จ่ายอย่างอื่น ก็เท่ากับว่าเงินในแต่ละเดือนของคุณติดลบและไม่พอใช้แน่นอน และอาจจะตามมาด้วยการเริ่มต้นเป็นหนี้

และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน ก็ไม่ดีด้วย เพราะต้องประหยัดอย่างถึงที่สุดดังนั้นตรวจสอบสถานะทางการเงินของตัวเองก่อน ที่จะเริ่มออมเงินเพื่อจะได้หาวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับตัวเอง ค่อยขยับปรับเปลี่ยนแล้วออมไม่ถึง 10% ในตอนแรกเมื่อปรับตัวได้ ลดค่าใช้จ่ายตรงอื่นแล้วจึงค่อยเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆ

3.เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้เงิน

เมื่อรู้สถานะทางการเงินของตัวเองแล้วก็สำรวจพฤติกรรมของตัวเองด้วย เช่นกันว่ามีอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการเก็บเงิน อย่างเช่นชอบใช้เงินเกินตัวจนเป็นสาเหตุที่ทำให้มีหนี้สิน

มีนิสัยชอบสร้างหนี้ ชอบใช้ของเกินฐานะและเป็นของที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะต้องแก้ไขพฤติกรร มเหล่านี้โดยด่วน ตัดทอนการใช้จ่ายบางอย่างออกไป

4.แบ่งเงินใช้ให้พอดีเป็นวันๆ

เช่น วันละ 350 บาท อย่าพกเงินติดตัวทีละเยอะๆ แต่ละวันหยิบเงินมาใช้ แค่จำนวนพอดี เพื่อบังคับให้ใช้เงินเท่าที่จำเป็นในจำนวนเงินที่มีอยู่

หลายคนเวลาเข้าร้านสะดวกซื้อ เพราะตั้งใจซื้อ ของแค่อย่างเดียว แต่เมื่อเข้าไปในร้านก็อดไม่ได้ที่จะหยิบของชิ้นอื่นๆ เพิ่ม ดังนั้นหยิบเงินไปแค่พอซื้อของที่ต้องการก็พอ

5.จัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบ

อุปสรรคที่สำคัญอย่างหนึ่ง ของความมั่งคั่งก็คือหนี้สิน จึงต้องจัดการกับปัญหาหนี้สินให้เป็นระบบก่อน กั ด ฟั น ใช้หนี้จำนวนน้อยๆ ก่อน จะได้ลดภาระหนี้สินในเดือนต่อๆ ไปให้ลดน้อยลงเริ่มจากเมื่อได้เงินก้อนใหญ่อย่างโบนัส

หรือเงินจากการทำงานพิเศษ ให้นำมาปิดหนี้สินที่มียอดน้อยๆ ก่อนส่วนหนี้ที่มียอดสูงๆ ก็จ่ายเพียงขั้นต่ำไปก่อนเพื่อประคองตัว จากนั้นเมื่อหนี้สินก้อนเล็กๆ หมดไป ก็จะทำให้เหลือเงินในแต่ละเดือนเยอะขึ้นและค่อยทยอยจ่ายหนี้ก้อนใหญ่ต่อไป

6.ประหยัดให้มากขึ้น

จากการประหยัด ค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ประหยัดน้ำ เพื่อลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำค่าไฟประจำเดือน ใช้โทรศัพท์แบบเติมเงินแทนการใช้รายเดือน และใช้เท่าที่จำเป็น ซื้อกับข้าวมาทำเอง

และทำอาห ารไปกินที่ทำงาน อร่อยแถมยังได้รับประทานอาห ารที่มีประโยชน์อีกด้วย เลือกซื้อของลดราคาแต่ต้องพิจารณาดูแล้ว ว่าเป็นของที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของเข้าบ้านได้อีกเพียบ

7.หารายได้เพิ่ม

ถ้ารายได้น้อยไม่ค่อยพอ กับค่าใช้จ่าย ต้องหารายได้เสริม เพื่อให้มีเงินมากขึ้นโดยอาจจะเริ่มจากงานเสริมพาร์ตไทม์ช่วงเย็นหลังเลิกงานหรือช่วง เสาร ์-อาทิตย์

หากมีความรู้พิเศษเฉพาะทาง ก็สามารถรับงานฟรีแลนซ์มาทำได้ เพื่อให้มีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่าย เสริมสภาพคล่องในแต่ละเดือนให้มากขึ้น

8.ตั้งเป้าเงินออม

สัญญากับตัวเองไว้ ว่าภายใน 1 ปี จะต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่เพื่อที่จะได้มีแรงจูงใจในการเก็บเงิน โดยอาจจะทำเป็นสมุดจดบันทึก เพื่อให้เห็นพัฒนาการของจำนวนเงินเก็บในแต่ละวัน

หรือแต่ละสัปดาห์เพิ่มมากขึ้นแค่ไหนและต้องเก็บเงินอีกเท่าไหร่ จึงจะถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ทำไปเรื่อยๆ ก็จะติดนิสัยรักการออมได้ในที่สุด

ขอขอบคุณ L p o s t t o d a y

Load More Related Articles
Load More By adminyinde
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

12 อย่าง อย่าคิดโพสต์ลงโซเชียล เพราะอาจทำให้ชีวิตคุณแย่ลง

ทุกวันนี้ เราจะเห็นหลายๆ คน แ ช ร์ เรื่องราวต่างๆลงบน F a c e b o o k ของตนเองเต็มไปหมดเพร…