Home ข้อคิดสอนใจ อยากให้ลูกได้ดี ดูแลตัวเองได้ พ่อแม่ต้องขี้เกียจ 3 อย่างนี้

อยากให้ลูกได้ดี ดูแลตัวเองได้ พ่อแม่ต้องขี้เกียจ 3 อย่างนี้

3 second read
0
351

พ่อแม่ส่วนใหญ่ เคยผ่านความลำบากมาก่อน จึงไม่อยากให้ลูก ต้องพบเจอกับความลำบากเหมือนตัวเองเจอมา จึงพยายามเลี้ยงลูกให้ได้รับความสบายมากที่สุด อยากได้อะไรก็หาให้หมดจนทำให้ลูกรู้สึกว่าไม่ต้องพยายามอะไรก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการมาแล้ว

ซึ่งการเลี้ยงลูกแบบนี้ จะส่งผลในระยะยาวและกลายเป็นปัญหา ให้ลูกเองเมื่อเขาโตขึ้น เขาจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้“กลายเป็นคนไม่รู้จักความลำบาก” ดังนั้น หากพ่อแม่รักลูกจริง ๆ ต้องขี้เกียจใน 3 เรื่องนี้

โดยวิจัยจากต่างประเทศ ได้เผยว่า 3 เรื่องต่อไป หากผู้เป็นพ่อแม่สามารถเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยน้อยที่สุด จะยิ่งส่งผลดีกับลูกมากที่สุด!

1. ขี้เกียจช่วยลูกทำงานบ้าน

คุณแม่ท่านหนึ่ง ได้เล่าประสบการณ์ของตัวเองว่า.. เธอไม่เคยสอนหรือช่วยทำการบ้านให้ลูกของเธอเลย แม่จะบอกลูกแค่ว่า ให้ทำการบ้านเวลาไหน ควรทำเวลาไหน แล้วก็ไล่ให้ลูกไปทำพอทำเสร็จ ก็ค่อยบอกแม่ และเธอก็จะไม่ตรวจสอบว่าลูกทำถูกต้องหรือไม่

เพราะการตรวจสอบนั้น มันเป็นหน้าที่ของลูก หรือให้รู้ว่าถูกผิดจากที่โรงเรียน คุณแม่แค่เซ็นชื่อให้เท่านั้นเองช่วงแรก ๆลูกของเธอ ก็แสดงอาการไม่พอใจ และพูดว่า “ทำไมแม่ถึงขี้เกียจแบบนี้.. แม่คนอื่นเขาช่วยตรวจการบ้านให้ลูกกันทั้งนั้น”

เธอจึงตอบลูกไปว่า “ที่แม่ไม่ตรวจการบ้านลูก ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจหรอกนะ แต่ลูกลองคิดดูสิ ถ้าแม่ตรวจให้ แล้วลูกจะรู้ได้ไงว่าตัวเองทำผิดตรงไหน แล้วตอนสอบเวลาลูกทำผิด จะรู้ไหมว่าผิดตรงไหน ลูกต้องฝึกตรวจความถูกต้องด้วยตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเองเพราะในห้องสอบไม่มีใครช่วยลูกตรวจได้ ”

จำไว้นะลูก ว่า.. ตอนลูกอยู่ในโรงเรียน ลูกจะได้รับบทเรียนก่อน แล้วถึงได้ทำข้อสอบ แต่สำหรับในโลกความจริง.. ลูกจะต้องเจอบททดสอบก่อน ถึงจะได้บทเรียนการที่เธอขี้เกียจสอนการบ้าน หรือช่วยลูกทำการบ้าน ทำให้ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเองได้มากที่สุด

ลูกจะได้รู้จักพึ่งพาตัวเอง ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเสมอ หากคิดไม่ออกหรือทำไม่ได้ ค่อยมาขอคำแนะนำจากแม่ได้

ผลปรากฎว่า : สำหรับพ่อแม่ที่มีนิสัยขี้เกียจตีกรอบ ความคิดให้ลูก แต่ปล่อยให้ลูกคิดเองอย่างอิสระ หรือทำทุกอย่างด้วยการตัดสินใจของตัวเองได้อย่างอิสระ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

ยังให้ความสนใจลูก และคอยดูอยู่ห่าง ๆ จะทำให้ลูสามารถเผชิญกับปัญหาได้ดี เขาจะมีภูมิคุ้มกัน มีปีกที่แข็งแรงพอ และอยู่ได้ด้วยตัวเอง แม้วันหนึ่งคุณจะไม่ได้อยู่ปกป้องเขาแล้วก็ตาม

2. ขี้เกียจขยับมือ สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง

พ่อแม่ต้องขี้เกียจ ตามเก็บกวาดให้ลูกทุกอย่าง ควรปล่อยให้เขารู้จักพึ่งพาตัวเองบ้าง บางสิ่งที่ลูกสามารถทำเองได้ ไม่จำเป็นต้องยื่นมือ เข้าไปช่วยทุกครั้งไป เช่น ห้องนอนลูกที่ดูไม่เป็นระเบียบแค่เตือนให้เขารู้ตัวว่าต้องทำ

แต่ไม่ต้องไปทำให้ลูกเราควรจะเน้นไปที่การสอน ให้ลูกดูแลความสะอาดบริเวณพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน เช่น ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร และเมื่อลูกเห็นว่าพื้น ที่อื่นในบ้านสะอาด เขาจะรู้สึกว่า เขาต้องทำความสะอาดห้องนอนตัวเองให้สะอาดเหมือนกัน

ผลปรากฎว่า : เมื่อพ่อแม่ขี้เกียจ ช่วยเหลือลูกในบางเรื่อง ส่งผลให้ลูกฝึกทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง มากขึ้น และเป็นการฝึกนิสัยพึ่งพาตัวเอง มีความรับผิดชอบต่อสิ่งรอบตัว

และจะทำให้ลูกมีความรับผิดชอบ ต่อตัวเองมากขึ้น เมื่อเขาโตไปจะกลายเป็นคนที่สามารถรับผิดชอบได้ดี รู้จักหน้าที่ของตัวเอง

3. ขี้เกียจบ่น ให้ลูกเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ในหลายครอบครัว คนเป็นพ่อเป็นแม่ มักจะตั้งความหวัง ไปที่ลูกมากจนเกินไป จนทำให้ลูกอึดอัดและกดดัน กลายเป็นไม่สนใจและไม่อยากฟังสิ่งที่เราจะพูด แต่สำหรับครอบครัวนี้ เขากลับใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ในการชวนลูกมาเล่นเกม

และไม่ต้องทำการบ้านโดยคุณแม่จะถามว่า : “ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง?” ลูกตอบ : “ขอเล่นอีก 30 นาที” แม่ตอบกลับไปว่า : “โอเค ต้องรักษาคำพูดนะ”เมื่อถึงเวลา 30 นาที แม่เดินกลับมาดู และยังเห็นลูกเล่นเกมอยู่ คุณแม่ก็รู้สึกไม่พอใจ แต่ยังสงบอารมณ์ได้

และพูดกับลูกอย่างใจเย็นว่า “ปกติลูกเป็นคนรักษาคำพูดไม่ใช่เหรอ” เมื่อลูกได้ฟังคำพูดของแม่ ก็เริ่มรู้สึดผิดต่อสิ่งที่ทำ และเดินไปปิดสวิทช์ และ รีบไปทำการบ้านทันที นี่เป็นสาเหตุมาจาก “การเป็นคนน่าเชื่อถือ” ของคุณแม่ท่านนี้ เพราะเวลาคุณแม่รับปากอะไรกับลูกไว้เธอก็จะทำตามนั้นได้เป๊ะ ๆ

ไม่เคยผิดคำพูดกับลูก เช่น จะพาลูกไปเที่ยว จะซื้อของเล่นให้ เธอก็ทำตามคำพูดได้ทุกครั้ง มันแสดงให้เห็นว่า คุณแม่ท่านนี้เป็นคนที่ให้วคมาสำคัญกับการรักษาคำพูดเป็นอย่างมาก เมื่อรับปากอะไรไว้ ก็ต้องทำให้ได้ และสอนลูกให้รู้จักรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง แล้วคำพูดก็เลยดูศักดิ์สิทธิ์

ผลปรากฎว่า : พ่อแม่ที่ไม่บ่นเรื่อนเปื่อย แต่ใช้วิธีปลูกฝัง จิตสำนึก ให้ลูกแทน ใช้เหตุผลในการคุยกับลูกมากกว่าอารมณ์ สอนให้ลูกรู้จักรักษาคำพูดของตัวเอง และทำตามที่พูดไว้ อย่างเคร่งครัด ทำให้ลูกให้ความสำคัญกับคำพูดมาก โดยที่เราไม่ต้องไปบ่นให้เขามากมาย

เขาสามารถสำนึกและคิดได้เอง ถ้าอยากให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ลูกได้ลองลงมือปฎิบัติ ถ้าอยากให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามเพื่อ ให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ถ้าอยากให้ลูกมีวินัย พ่อแม่ต้องรู้จักรักษาคำพูด ถ้าอยากให้ลูกพูดเพราะ หรือมีมารยาทต้องทำให้ลูกเห็นทุกวัน

ขอขอบคุณ l i e k r

Load More Related Articles
Load More By adminyinde
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

12 อย่าง อย่าคิดโพสต์ลงโซเชียล เพราะอาจทำให้ชีวิตคุณแย่ลง

ทุกวันนี้ เราจะเห็นหลายๆ คน แ ช ร์ เรื่องราวต่างๆลงบน F a c e b o o k ของตนเองเต็มไปหมดเพร…