Home ข้อคิดสอนใจ วิธีเอาตัวรอดแบบ “คนทำงานเป็น”

วิธีเอาตัวรอดแบบ “คนทำงานเป็น”

1 second read
0
45

1. จงเป็นทั้งคนเก่งและคนดี

ไม่มีองค์กรไหน เจ้านายคนไหน หรือหัวหน้างานคนไหน ไม่ชอบคนเก่ง คนขยัน ตั้งใจทำงาน คนแบบนี้คือคนที่ใคร ๆ ก็ต้องการ เพราะไม่ใช่แค่การันตีได้ว่างานจะออกมาดี

และเกิดประสิทธิสูงสุด แต่ใคร ๆ ก็แฮปปี้ที่จะได้ร่วมงานด้วยอีกต่างหากอย่าลืมว่านี่คือที่ทำงาน การตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการเป็นคนดี ขยัน ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ยังไงก็เอาตัวรอดในองค์กรได้เสมอ

2. เลิกสนคน แต่ให้โฟกัสที่งาน

เรื่องจริงก็คือไม่มีใครทำงานโดยก้มหน้าก้มตาทำแต่งานอย่างเดียว โดยไม่สนคนที่ร่วมงานด้วยได้ และส่วนใหญ่ที่มาของปัญหาแทบจะทุกองค์กรก็มักมาจากคนด้วยทั้งนั้นเจ้านายบ้าง เพื่อนในทีมบ้าง คนที่ต้องประสานงานด้วยบ้าง เรียกว่าสารพัดเรื่องของคนที่ทำให้เป็นปัญหามากกว่างานเสียอีก

เพราะฉะนั้นถ้ามันมีปัญหามากนัก ก็เลิกสนใจไปเลย โฟกัสอยู่แต่กับงาน และเฉพาะกับคนที่ต้องร่วมงานด้วยเท่านั้น การพูดคุยกันเฉพาะเรื่องงานหรือเรื่องที่เกี่ยวกับงาน ก็จะทำให้เกิดปัญหาน้อยลง

ซึ่งตัวช่วยที่ดีที่สุดก็คือการวางตัวเป็นมืออาชีพ ทำงานอย่างเต็มที่ วิธีนี้จะทำให้คนอื่นมายุ่งกับคุณน้อยลง แถมยังทำให้ตัวงานดีขึ้น มีโอกาสที่จะ ข ยั บ ข ย า ย ปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นด้วย

3. เป็นแค่ คนที่ทำงานกันก็พอ

ว่ากันว่าถ้าไม่อยากมีปัญหา ในที่ทำงาน จงอย่าเขยิบความสัมพันธ์ของ “คนที่ทำงาน” ขึ้นมาเป็น “เพื่อน” อย่างเด็ดขาด เราสามารถเป็นมิตรกับทุกคนได้ พูดคุยเฮฮาได้เป็นปกติ แต่ไม่จำเป็นต้องมี Relationship จริงจังกับคนที่ทำงาน เพราะความเป็นเพื่อนอาจกระทบกับงาน

อีกทั้งความคาดหวังจากเพื่อนก็ย่อมมีมากกว่าคนที่ทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เราจะตัดปัญหาออกไปได้อย่างง่ายดาย เพราะทุกคนคือคนที่ทำงาน ไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่ต้องดูแล

เทคแคร์กันเป็นพิเศษอย่าลืมว่าเราทุกคนมาทำงาน จุดโฟกัสเดียวที่ควรจะมีในที่ทำงานก็คืองาน แต่นอกเหนือจากนั้น ถ้าบังเอิญเจอคนดี เป็นมิตรพอที่จะขยับความสัมพันธ์เป็นเพื่อนกันได้ก็ถือว่าโชคดี

4. ฟังให้มากกว่าพูด

ไม่ใช่ในเฉพาะที่ทำงานอย่างเดียว ที่เราควรจะฟังมากกว่าพูด แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน คนเราก็ควรจะฟังมากกว่าพูด ยิ่งถ้าไม่ใช่หน้าที่เราต้องเป็นคนพูดหรือนำเสนออะไรก็ตาม

จงหยุดพูดแล้วฟัง วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในที่ทำงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราเปิดปาก เราจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ที่สำคัญยิ่งพูดมาก ปัญหาก็ยิ่งมาก

5. อยู่ให้เป็น

เดี๋ยวนี้คำว่า “อยู่เป็น” ใช้ได้กับทุกที่ โดยเฉพาะในที่ทำงาน คนอยู่เป็นคือ คนที่เอาตัวรอดได้ดีที่สุด ไม่ว่าหัวหน้าจะต้องการอะไร เพื่อนร่วมงานจะว่ายังไง คนอยู่เป็นมักพร้อมเป็นคนแรก ๆ ที่จะขานรับหรือเออออห่อหมกไปเค้าด้วยเสมอ ซึ่งคนแบบนี้มักเป็นที่ต้องการของทุกฝ่าย

ทำให้ทำงานได้อย่างแฮปปี้ไร้ปัญหาเพราะไม่ค่อยขัดผลประโยชน์กับใคร ใครที่สามารถอยู่ให้เป็นแบบนี้ได้ ก็นับว่าเอาตัวรอดได้ดี เพราะไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร คนอยู่เป็นมักรอดพ้นไปได้อย่างสบายกว่าคนอื่น ไม่ใช่ว่าเค้าลื่นไหลจนได้ดี

แต่เค้าเป็นคนเอาตัวรอด และปรับตัวได้กับทุกสถานการณ์ต่างหาก และถ้าคุณไม่ใช่คนอยู่เป็น แต่บังเอิญต้องเข้าไปอยู่ในวงวนของปัญหาในที่ทำงานก็ลองทำตัวอยู่ให้เป็น ลอยตัวเหนือปัญหาดูบ้างก็ไม่น่าจะเป็นไร

6. รู้จักหาโอกาสให้ตัวเองบ้าง

เชื่อเหลือเกินว่าในโลกนี้ ยังมีคนทำงานที่ทุ่มเท ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่เคยแสดงออก หรืออวดผลงานของตัวเองออกมาเลย โลกของการทำงานคนแบบนี้ มักถูกลืมถูกเก็บไว้เป็นลำดับท้าย ๆ ของความสำคัญ ถามว่าทำงานไหม ก็ทำ แต่ไม่มีใครเห็น

และคนแบบนี้แหละที่จะเอาตัวไม่รอดในที่ทำงาน อาจจะเก็บกดเพราะโดนขโมยผลงานเห็นคนอื่นเลียแข้งเลียขาเจ้านาย จนได้ดี แต่ตัวเองก็ทำแบบนั้นไม่ได้เอาจริง ๆ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับแทบทุกองค์กร แถมยังโทษใครก็ไม่ได้ด้วยเพราะเราเองที่ไม่รู้จักพรีเซนต์ออกมา

ถ้าไม่พูดใครเค้าจะรู้ การบอกว่าตัวเองทำอะไร ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อทำแล้วก็ต้องพูด รู้จักแสดงผลงานของตัวเองบ้าง ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน จนไม่มีใครเห็นเพราะในโลกของการทำงาน การพรีเซนต์และการพูดในสิ่งที่ตัวเองทำ คือเรื่องพื้นฐานที่สุด จงโชว์ศักยภาพที่ตัวเองมี เพื่อเอาตัวรอดในที่ทำงานให้ได้

7. วางตัวให้เหมาะสม

การวางตัวในที่ทำงาน ถือว่าสำคัญมาก เพราะหากเราอยากให้ใครปฏิบัติกับเราแบบไหน เราก็ควรปฏิบัติกับคนอื่นแบบนั้น ทฤษฎีนี้ยังคงสามารถนำมาใช้ได้ตลอดโดยเฉพาะในที่ทำงาน ถ้าเราอยากให้คนที่ทำงานพูดคุยกับเราอย่างเป็นมิตร ไม่จิกกัด ไม่ดูถูก

เราก็ต้องปฏิบัติกับเค้าแบบนั้น การวางตัวที่เหมาะสม รู้กาลเทศะ รู้จัก ม า ร ย า ทในที่ทำงาน ช่วยลดการกระทบกระทั่งกับคนอื่นได้ไม่มากก็น้อย ยิ่งในสังคมตอนนี้ คนเราไม่ค่อยเคารพซึ่งกันกัน ถ้าเราวางตัวดี ความสัมพันธ์ในที่ทำงานก็จะดี ส่งผลให้ปัญหาต่าง ๆ ในที่ทำงานน้อยลงตามไปด้วย

8. ชีวิตก็เป็นของเรา ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน

ทั้งหมดทั้งมวล ถ้าทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว แต่ทั้งงาน ทั้งคน ทั้งองค์กรไม่ได้ตอบโจทย์เราสักนิด ฝืนทำต่อไปก็มีแต่ความ เ ค รี ย ด ตื่นขึ้นทุกเช้า แทบไม่อยากออกจากบ้านการไปทำงานเหมือนการไปโรง ฆ่ า สั ต ว์ ที่ต้องนั่งทำใจอยู่นานสองนาน

ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน ให้เลิกยื้อหรือปรับตัวได้แล้ว เพราะมันมาสุดทางของมันได้แค่นี้ชีวิตเป็นของเรา ไม่จำเป็นต้องเอาความสุขหรือ พ ลั ง ทั้งหมดมาทุ่มเทกับงานที่รังแต่จะทำให้เสีย สุ ข ภ า พ จิ ต คนเราไม่ได้มีเวลาทั้งชีวิตจะมานั่งอดทน

แล้วอดทนอีกจนกว่าใครสักคนจะทนไม่ไหว เราทุกคนมีทางเลือก และมีสิทธิ์เลือก ยังไม่สายที่จะหาหนทางอื่นให้เดินไป ขอแค่มั่นใจ ทุ่มเท และไม่ยอมแพ้ สักวันเราจะหาที่ที่เหมาะกับเราได้เอง

จงอย่า เหนี่ยวรั้งตัวเอง เอาไว้ด้วยคำว่า “ต้องอดทน” เพราะการทนไม่ได้แปลว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป เมื่อไม่ทนอีกต่อไป เราจะพบว่าไม่ได้มีทางแค่เส้นเดียวที่มุ่งหน้าไปสู่ความสำเร็จ

ขอขอบคุณ the1

Load More Related Articles
Load More By adminyinde
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

12 อย่าง อย่าคิดโพสต์ลงโซเชียล เพราะอาจทำให้ชีวิตคุณแย่ลง

ทุกวันนี้ เราจะเห็นหลายๆ คน แ ช ร์ เรื่องราวต่างๆลงบน F a c e b o o k ของตนเองเต็มไปหมดเพร…