Home ข้อคิดสอนใจ เคล็ดลับ..วิธีระงับความโกรธแบบง่ายๆ

เคล็ดลับ..วิธีระงับความโกรธแบบง่ายๆ

0 second read
0
184

วิธีระงับความโกรธแบบง่ายๆ

วิธีที่อาตมภาพใช้ระงับความโกรธอยู่ทุกวันนี้ก็คือ ทันที่กระทบก็ให้ธรรมกระเทือน นั่นคือถ้าเริ่มรู้สึกว่ากรุ่นๆ ฉุนเฉียวขึ้นมาปุ๊บ เอาสติไปจับจ้องตรงอาการกรุ่นๆ ฉุนเฉียวนั้น เพราะสติไปอยู่ตรงนั้นความโกรธมันจะขี้อายมาก

มันจะถอยห่างจากไปทันตา สิ่งนี้อาตมภาพฝึกมาจนกระทั่งว่า

ทุกวันนี้สามารถจัดการความโกรธได้ในระดับที่เรียกว่าน่าพอใจทีเดียว ก่อนหน้านั้นอาตมภาพเคยเป็นคนโกรธง่าย ฉุนเฉียว ใครพูดอะไร ไม่ถูกหูจะทะลุกลางปล้อง แต่ครั้งหนึ่งหลังจากที่อาตมภาพผ่านการอบรม วิปัสสนากรรมฐานเข้มเรียบร้อยแล้ว นับแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลากว่าสิบปี

อาตมภาพสามารถพลิกตัวเองไปเป็นคนอีกคนหนึ่งได้อย่างสบาย สามารถทนต่อความโกรธของคนอื่น ทนต่อความโง่ของคนอื่น ทนต่อความฉลาดของคนอื่น โดยไม่มีอาการตีโพยตีพายหรือทะลุกลางปล้องอีก สามารถฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างสงบเย็นและสังเกตดูปฏิกิริยาของ

ตัวเองได้อย่างสงบ เพราะทุกครั้งที่ความโกรธเกิดขึ้น แทนที่จะรอรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันกับความโกรธ เราเป็นฝ่ายเห็นความโกรธเสียก่อน วิธีปฏิบัติอย่างนี้ อาตมภาพตั้งชื่อว่า “ปฏิบัติอย่างเห็นมันก่อน”

เพราะถ้าเราไม่เห็นมันก่อนเราก็จะเสร็จมันก่อน นั่นคือ

“ถ้าใจเราโกรธปุ๊บ เอาสติไปดูใจ พอเอาสติไปดูใจ ความโกรธก็หายไป เพราะใจของเรานั้นรับอารมณ์ได้ทีละเรื่อง สติอยู่ตรงไหนความโกรธก็หายไป ณ ตรงนั้น นี่เป็นวิธีปฏิบัติที่ลัดสั้นที่สุด ทำที่นี่เดี๋ยวนี้ได้ผลทันที”

ไม่มีขั้นตอนอะไรมากมาย แต่สำหรับคนทั่วไปซึ่งไม่เคยฝึกดูใจมานั้น

อาตมาขอแนะนำว่าทันทีที่คุณโกรธ

1. ควรพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมที่โกรธนั้นให้เร็วที่สุด

2. งดการพูดทุกถ้อยกระทงความ เพราะถ้าคุณพูด สิ่งที่ไม่ควรพูดจะหลุดออกจากปาก

3. งดการตัดสินใจทันที คนที่ตัดสินใจในนาทีที่มีความโกรธครอบงำกลุ้มรุมหัวใจนั้น การตัดสินใจจะด้อยประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยอคติ

4. พาตัวเองเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำเพื่อเรียกสติ

5. ควรหาอะไรสักอย่างหนึ่งมาทำเพื่อเป็นการถ่ายเทพลัง ความโกรธให้ไปอยู่ที่เนื้องาน

6. หางานอดิเรกมาทำ เพราะงานอดิเรกนั้นมักจะเป็นงานที่เรารัก พออยู่กับงานที่เรารัก จิตใจก็เริ่มแช่มชื่นเบิกบานฟื้นคืนกลับมาเป็นจิตใจที่มีประสิทธิภาพแล้ว

7. ขั้นสุดท้าย ฝึกเจริญสติที่เรียกกันว่า “เมตตาพรหมวิหาร” คือ ฝึกตื่นรู้ดูใจไป พร้อมๆ กันนั้นก็ฝึกมองคนที่เราโกรธ ว่าเขาก็เป็นเพื่อน มนุษย์เช่นเดียวกันกับเรา ปลูกฝังเมตตาภาวนาอยู่เสมอ พร้อมๆ กับที่ฝึกตื่นรู้ดูใจ หากทำได้ถึงขั้นที่ 7 แล้ว ความทุกข์จากความโกรธจะไม่มาแผ้วพานเราอีกเลย

และทุกครั้งที่ความโกรธมาเยือนเราก็สามารถพลิกความโกรธเป็นเมตตาได้ตลอดไป การที่คนยังไม่สามารถสละความโกรธออกได้ เพราะคิดว่าตัวเอง ไม่ได้รับความยุติธรรม จึงพยายามเรียกร้องหาความยุติธรรมให้ตัวเอง เมื่อพยายามเรียกร้องหาความยุติธรรมให้ตัวเอง ก็ไม่สามารถปล่อยวาง

ความโกรธได้ กลายเป็นว่าในขณะที่เขากำลังพยายามหาความยุติธรรม ให้ตัวเองนั้น เขาได้สร้างความอยุติธรรมให้ใจของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เห็นไหม นั่นแหละจึงเป็นรากฐานของการผูกโกรธ คือเราคิดว่าเราไม่ได้รับ ความเป็นธรรม จึงไปโกรธตอบ เพื่อให้คนนั้นได้รับผลแห่งการกระทำที่สาสมที่สุด

แท้ที่จริงคนสองจำพวกนี้ไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะ เป็นคนแพ้ทั้งคู่ ฝ่ายหนึ่งโกรธคนอื่นหรือกระตุ้นให้คนอื่นโกรธก็แพ้ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ฝ่ายหนึ่งไปโกรธตอบ ด้วยอาการที่อยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้

เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็แพ้ใจตัวเอง

ทั้งฝ่ายที่กระตุ้นให้โกรธและฝ่ายที่โกรธ สุดท้ายทั้งคู่ก็แพ้อย่าง ราบคาบให้แก่กิเลสที่ชื่อความโกรธเหมือนกัน

ขอบคุณที่มา :จากหนังสือรักแท้ คือ กรุณา ผู้แต่ง ว.วชิรเมธี

Load More Related Articles
Load More By ยินดีด้วย นะ
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

คน 5 นิสัยนี้ ที่ควรอยู่ให้ห่างเข้าไว้ จะทำชีวิตเราดีขึ้น

ในตำราพิชัยสงครามขงเบ้งนั้น มีอยู่บทหนึ่งได้กล่าวถึงการขจัดความชั่ว ของบ้านเมือง โดยจัดคนไ…