Home ข้อคิดสอนใจ ก่อนที่คุณ “จะตัดสินใจแต่งงาน” 4 อย่างนี้เคยถามใจตัวเองหรือยัง?

ก่อนที่คุณ “จะตัดสินใจแต่งงาน” 4 อย่างนี้เคยถามใจตัวเองหรือยัง?

0 second read
0
116

ก่อนที่จะไปถึงขั้นแต่งงาน

อยากให้คู่รักหันมาตอบคำถามเหล่านี้ให้ตัวเองดูเสียก่อน ว่าคนที่เราจะแต่งงานด้วยนั้นมีความพร้อมสักแค่ไหน และจริงๆ แล้วเราเองพร้อมแล้งหรือยังกับการสร้างครอบครัว แม้ที่ผ่านมาเราทั้งสองจะบ่มเพราะรักกันมาอย่างหวานชื่น

ไม่มีอุปสรรคใดต้านทานความรักของเราได้ แต่นั่นแหละ การแต่งงาน การมีครอบครัวเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ดังนั้นควรฉุกคิกและตั้งคำถาม หาคำตอบให้กับตัวเองเพื่อรักความสัมพันธ์ที่ยืนยาว

1. มีการวางแผนในอนาคตแล้วหรือยัง?

สำคัญมากนะคะ ไม่ใช่แค่ความรักที่คุณมีให้กัน แต่เป็นเรื่องของการวางแผนชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องลูก เรื่องบ้าน เรื่องรถ หนี้สินต่างๆ หากแต่งงานโดยไม่มีการวางแผน ก็เป็นไปได้ว่าในอนาคตจะเกิดปัญหาขึ้นได้กับครอบครัวของเรา

ซึ่งบางคู่ถึงกับเลิกรากันเลยทีเดียว ดังนั้นควรต้องมีการวางแผนอย่างดี เพื่อชีวิตคู่ที่สมบูรณ์

2. คุณเข้ากับครอบครัวของเขาได้หรือไม่

ความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของครอบครัวเราและเขาด้วย ตอบตัวเองให้ดีก่อนว่าเราสามารถรับครอบครัวของเขาได้หรือไม่ เราเข้ากันได้ดีไม่มีปัญหา หรือถ้าหามีปัญหาเราจะรับมือและแก้ไขเรื่องนั้นได้อย่างไร

เพราะหากปล่อยไว้คงไม่ดีแน่ๆ ในอนาคต จริงอยู่ความรัก ขึ้นอยู่กับเราสองคน แต่อย่าลืมว่าเราทั้งคู่ต่างก็มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ซึ่งจะมีส่วนกับชีวิตเราอยู่บ้างไม่มากก็น้อย หากเข้ากันได้ดีก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี

แต่ถ้าคำตอบคือไม่ค่อยดีต้องรีบปรึกษาคนรัก และฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน

3. คุณทั้งคู่มีความมั่นคงพอหรือยัง?

มีความมั่นคงทั้งเรื่องของหน้าที่การงาน ดูได้จากปัจจุบัน หากฝ่ายชาย ยังคงไม่ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ตกงาน ไร้อนาคต คุณจะต้องคิดว่า จะฝากชีวิตไว้กับเขาอีกต่อไปหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ชีวิตครอบครัวมีมากกว่าความรัก

ทั้งเรื่องการเงิน การมีบุตร ดังนั้นพวกคุณทั้งสองต้องมีความมั่นคงแล้ว ทั้งในเรื่องการงานและความรักด้วย หากคุณยังรู้สึกได้ว่าคนรักยังดูไม่มีรักที่มั่นคงพอ ยังคงวอกแวกเจ้าชู้ หากเป็นเช่นนี้

ก็คงไม่ต้องคิดถึงเรื่องแต่งงาน  เพราะหากใจยังไม่มั่นคง เอาชีวิตเราไปฝากไว้กับเขาได้เช่นไร

4. ยอมรับข้อเสียของอีกฝ่ายได้หรือไม่?

คู่รักเมื่อคบกันมาสักระยะ นิสัยที่แท้จริงก็มักจะโผล่ออกมาให้เห็น ในด้านลบ เช่น ข้อเสียของเขาอาจะเป็นคนใจร้อน ไม่โรแมนติก ทำให้เราต้องน้อยอกน้อยใจอยู่บ่อยๆ ต้องถามตัวเราว่าเรารับได้ในข้อเสียของเขามากเท่าไหร่

หากคุณบอกว่ายังรับได้ เพราะเราเองก็มีข้อเสีย แบบนี้ก็จะไม่เป็นปัญหาในอนาคต แต่ถ้าคุณคิดว่าต้องเหนื่อยใจแน่ๆ ถ้าคบไปจนแต่งงาน อาจจะต้องทบทวนใหม่อีกครั้งแล้วล่ะ

ขอบคุณที่มา: noonswoonapp

Load More Related Articles
Load More By ยินดีด้วย นะ
Load More In ข้อคิดสอนใจ

Check Also

อานิสงส์ยิ่งใหญ่ 12 ประการของคนดูแลพ่อแม่ที่พึงจะได้รับ

อานิสงส์ การดูแลบุพการี 12 ประการ ที่ลูกกตัญญูจะได้รับ พระคุณของพ่อแม่มีมากมายปานนี้ ลูกจึ…